Showing posts with label Surface. Show all posts
Showing posts with label Surface. Show all posts

3/28/2014

STEP 3: ADD BREAKLINES TO KNOWN PROBLEM AREAS Part 3

      ดังที่กล่าวมาแล้ววิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือการสร้าง โครงข่ายสามเหลี่ยมเพื่อการควบคุมเพิ่มเติมเพื่อควบคุมรักษา เชิงเส้น จุด และแนวโน้มของ ระดับความสูง อย่างถูกต้อง หรือ ควบคุมสมการในข้อมูล เส้น Breaklines บ่งบอกถึงการเชื่อมโยงระหว่าง จุด และป้องกัน การวิเคราะห์ตำแหน่งข้ามจุดที่เส้นเชื่อมโยง ผลที่ได้คือการตีความ เชิงเส้น ได้อย่างถูกต้องตามความสัมพันธ์ตามจุดของแนว Breaklines

Drafting Breaklines

       การเพิ่มเส้น Breakline ที่เป็นรูปแบบตามปกติเส้น 2D polylines หรือ 3D polylines ที่มีอยู่เส้นหรือเส้น คุณลักษณะ ที่คงมีอยู่ก่อนที่จะใช้คำสั่งนี้ ถ้าวาดเส้น 2D polylines สร้างแต่ละจุดยอดใกล้หรือที่จุดที่ต้องการหรือที่ตั้งของแนว Breaklines หลังจากร่างเส้น 2D แล้วกำหนดเลือก Proximity breakline และ ถ้าวาดเส้น 3D polylines ใช้คำสั่ง 3Dpoly ในแถบ Commands lines ; 3Dpoly กด Enter เลือกใช้ Point number หรือ Point Object , จาก Command line; Specify start point of polyline : (point number (‘PN) or point object (‘PO)).

Feature Line with Arcs

        เส้น 2D และ เส้น 3D Polylines  เป็น Breaklines ไม่สามารถมีส่วนโค้ง ถ้าต้องการวาด Breaklines ด้วยเส้นโค้งสร้างเส้นตามคุณลักษณะ เมื่อกำหนด เส้น คุณสมบัติ เป็น Standard Breaklines ที่สามารถมีโค้งเมื่อกำหนดแต่ละโค้ง การประมวลผลโดยค่า Mid-ordinate ค่าควบคุมวิธีการอย่างปิดรูปโครงข่ายสามเหลี่ยมมีขนาดเล็กค่า Mid-ordinate, การปิดรูปสามเหลี่ยมจะปิดบรรจบกับส่วนโค้งเดิม

Allow Crossing Breaklines

      การสร้างพื้นผิว(Surface) ในการตั้งค่าเริ่มต้นไม่อนุญาติให้ Breaklines ข้ามซึ่งกันและกัน หากกำหนดให้เส้น Breaklines ที่ข้ามเส้น Breaklines อื่นๆข้ามซึ่งกันและกัน ขั้นตอนการเพิ่ม Breakline จะเพิ่มเส้น Breakline ขึ้นมาใหม่ ปัญหาข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการข้ามของของเส้น ตามปกติจะไม่รวมถึงบางส่วนของข้อมูล Breakline ในพื้นผิวที่สร้างขึ้นมา

      Breaklines ที่ข้ามอาจทำให้ไม่มั่นคงใน Drawing

     การลากเส้นเพื่อให้ Breaklines ข้าม สลับ เปลี่ยนในกล่องโต้ตอบ(Dialog box) คุณสมบัติของพื้นผิว ของ ที่แผง ความหมาย สร้าง ส่วน หรือ ใน คำสั่ง CreateSurface (ภาพประกอบด้านล่าง) หากการตั้งค่ายอมให้ข้าม Breakline จะใส่เลือก "Yes"  ผู้ใช้ต้องการที่จะกำหนดวิธีการแก้ปัญหาความแตกต่างของระดับความสูง ที่อาจเกิดขึ้นตัวเลือกแรกใช้ breakline แรกของการยกระดับ ตัวเลือกที่สองใช้การยกระดับ Breakline ที่ผ่านมา ตัวเลือกที่สามตัวเลือกใช้ข้ามค่าเฉลี่ยสูง Breaklines

         

3/21/2014

STEP 3: ADD BREAKLINES TO KNOWN PROBLEM AREAS Part 2

     พื้นผิว(Surface)  ที่สร้างขึ้นจากข้อมูลที่ได้มาทุกพื้นผิวจะมีคุณสมบัติเชื่อมต่อกันระหว่างจุดหรือปมของพื้นผิว อย่างเช่น ขอบถนนทางวิ่งช่องจราจร ขอบคันทางและคันดิน ระดับของทุกจุดตลอดแนวเหล่านี้จะมีคุณสมบัติสัมพันธ์กันทั้งก่อนและหลังการสร้างพื้นผิว ซึ่งหลังการสร้างพื้นผิวรูปแบบของเส้นชั้นความสูง(Contour)ที่ปรากฎออกมาต้องมั่นใจว่ามีรูปแบบเดียวกับลักษณะภูมิประเทศ เส้นโครงข่ายสามเหลี่ยม(TIN)ต้องแสดงออกมาอย่างถูกต้องสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เนื่องจากการประมวลผลสร้างพื้นผิวจะนำจุดที่ใกล้เคียงที่สุดมาคำนวณเพื่อไม่ให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงจึงต้องใช้เส้น Breaklines เข้ามาเป็นตัวกำหนดร่วมเข้ามาสร้างพื้นผิว เส้น Breaklines จะกำหนดทิศทางของแนว TIN เชื่อมต่อระหว่างจุดและเส้นนี้ไม่ให้โครงข่ายของเส้นใดๆวิ่งผ่านเส้น Breaklines

     เส้น Triangulated Irregular Network(TIN) ที่เกิดขึ้นที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงในฐานข้อมูลของ จุดสำรวจ (Survey Point) เป็นเพราะว่าขั้นตอนวิธีการคำนวณของโครงข่ายสามเหลี่ยม ข้อมูลที่จะให้ถูกต้องมากที่สุดต้องสำรวจเก็บจุดสำรวจบังคับให้จุดเหล่านี้มีความหนาแน่นหรือความถี่ของจุดจำนวนมากตามแนวเส้นเหล่านี้เพื่อจะนำมาประมวลผลตามแนวจุดสำรวจ

     ในภาคสนามทีมสำรวจเกือบทั้งหมดมีความยุ่งยากที่จะเก็บจุดสำรวจที่จะนำมาสร้างพื้นผิวแล้วให้ได้รูปเหมือนจริงถูกต้องทั้งหมด ชุดสำรวจจะเห็นลักษณะสิ่งแวดล้อมที่เป็นจริงซึ่งเป็นการยากที่จะเห็นจุดที่ห่างออกไปสามสิบเมตรหรือมากกว่าไม่พาดผ่านขอบถนนในโครงข่ายสามเหลี่ยม  ในสนามที่มสำรวจจะมองเห็นขอบแนวถนนคันทางแต่ในการสร้างพื้นผิวจะไม้รู้เลยว่าจุดเหล่านี้ในโครงข่ายสามเหลี่ยม จุดแนวขอบถนนคันทางเหล่านี้และจุดสำรวจอื่นที่นำมาสร้างพื้นผิวได้กำหนดการแยกไว้ระยะ 30 เมตรหรือมากกว่าได้หายไปจากเส้นแนวเชื่อมต่อขอบทางคันทาง

      จุดสำรวจแนวขอบถนนรวมกับจุดสำรวจแนวอื่นที่อยู่รายรอบ รหัสรายระเอียดของจุดแสดงโดย สัญลักษณ์ (Description key) ที่แยกออกจากกันอย่างเช่น ต้นไม้ ตำแหน่งเครื่องหมายจราจร ไหล่ทาง บ่อพัก จุดที่อยู่ใกล้เคียงเหล่านี้ทันทีที่นำมาสร้างพื้นผิวจะสร้างโครงข่ายขึ้นมาทันทีโดยที่โครงข่ายจะไม่ยึดรหัสรายระเอียดเดียวกันที่อยู่ห่างจากจุดเหล่านี้ การสร้างพื้นผิวในลักษณะเหล่านี้ในงานสำรวจแนวถนนเดิมหรือสำรวจลำน้ำแนวเส้น Breaklines จะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการสร้างพื้นผิว(Surface)

     เส้น Breaklines เป็นตัวกำหนดแนวทิศทางของเส้นชั้นความสูงซึ่งเส้นนี้จะบังคับแยก TIN ให้วิ่งเข้าหาจุดสำรวจจุดถัดไปตามแนวเส้นที่ลากขึ้นมาซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการที่จะทำให้การสร้างพื้นผิวถูกต้องใกล้เคียงความจริงกับลักษณะภูมิประเทศ

                           

11/29/2013

SURFACE DATA - STEP 3: ADD BREAKLINES TO KNOWN PROBLEM AREAS

STEP 3: ADD BREAKLINES TO KNOWN PROBLEM AREAS  Part 1

     การสร้างพื้นผิว (Surface) ที่แสดงในแฟ้มงาน(Drawing) จะมีเส้น(Linear) เช่นเดียวกันกับจุดสำรวจ พื้นผิวที่แสดงออกมาทางกายภาพที่สร้างขึ้นมาอย่างเช่น  เส้นขอบทาง ขอบคันทาง กำแพง และแนวเส้นธรรมชาติ เช่น ร่องน้ำ ขอบเขต หนอง บึง ที่ราบลุ่มน้ำท่วมขัง อยู่ในแผนที่ภูมิประเทศ พื้นผิวที่สร้างจากโครงข่ายรูปสามเหลี่ยมดำเนินการจะไม่ตรงตามลักษณะภูมิประเทศในภาคพื้นสนามเลยที่เดียว ถ้าต้องการรักษาให้ได้รูปแบบลายเส้นชั้นความสูงออกมาให้เหมือนหรือไกล้เคียง ต้องมีการลากแนวเส้นตามจุดสำรวจนั้นเส้นที่สร้างขึ้นมา คือเส้น Breaklines ที่ต้องเชื่อมกับจุดกับจุดสำรวจที่เป็นจริง  เส้น Breaklines จะรักษาแนวจุดทิศทางของเส้นที่ลากตามแนวพื้นผิวซึ่งจะแสดงออกมาของเส้นชั้นความสูง

     เส้น Polylines (2D or 3D) หรือแนวเส้นที่แสดงให้เห็นสำคัญที่แสดงแนวขอบเขตจุดสำรวจที่เชื่อมต่อกันจะต้องเขียนขึ้นมาก่อนที่จะเพิ่มขึ้นมาเป็นเส้น Breaklines สำหรับเส้น 2D or 3D Polylines ไม่สามารถที่จะมีเส้นโค้ง นอกเสียจากเส้นที่สร้างขึ้นมาแนวเส้นโค้งคำสั่งอย่างอื่น

     BREAKLINES

     เส้น Breaklines ที่กำหนดรูปแบบของพื้นผิวที่สร้าวขึ้นมามีทั้งหมด 5 รูปแบบ ซึ่งใน 4 รูปแบบจะควบคุมโครงข่ายสามเหลี่ยมที่สร้างพื้นผิว คือ Standard, Proximity ,From File, and Wall   และ  สำหรับคุณลักณะของเส้น คือ

  - Standard and wall breaklines ลักษณะของเส้นจะเป็น 3D Objects                                     
  - Proximity breaklines  ลักษณะของเส้นจะเป็น   2D objects.
         
    สำหรับรูปแบบ Breaklines คือ Non-destructive และจะเป็นรอยแตกหักของโครงข่ายสามเหลี่ยมของพื้นผิวตามแนวความยาว ซึ่ง Non-destructive นี้ ลักษณะของเส้นเป็นได้ทั้ง 2D objects และ 3D Objects โดยทั่วไป Non-destructive คือ เครื่องมือของการแก้ไขพื้นผิวหรือใช้ช่วยในการหาพื้นที่ (Rendering areas)

     ต่ำสุดครึ่งหนึ่งของการเพิ่มเส้น Brakelines ใน Dialog box และการเพิ่มเติมสำหรับ การเลือก Breaklines จำนวนตัวเลขทางพีชคณิตมีผลกระทบกับข้อมูลของ Breaklines เป็นเส้นชั้นความสูง ซึ่งจะดูได้จากคุณลักณะของเส้นชั้นความสูงที่แสดงออกมาเห็นได้เด่นชัดในรูปแบบของ รูปหน้าตัด Cross Section

                                   
                                                                                                                                      
บทความเพิ่มเติม การเพิ่มเส้น Breaklines 

10/31/2013

Create Surface - Create initial data


Weeding Factors
  
     Weeding Factors แฟคเตอร์ของค่าที่จะสามารถแยกส่วนเกินของเส้นชั้้นความสูง(Contour) เมื่อค่าที่อ่าน Weeding factor โดยใส่ค่า และ (And) ระหว่างสองค่าของ ระยะ และ มุม (Distance and Angle) เพื่อแยกเอาข้อมูลออกจากกัน ซึ่งจุดยอดต่างๆจะต้องน้อยกว่าค่า Weeding factor  

     ในการเลือกค่าที่นำมาคำนวณใช้สร้างพื้นผิวจะเลือกเอาระยะทาง(Distance) เป็น อันดับแรก เมื่อประเมินหาค่าทั้งสามจุดของจุดยอด(Vertice) ถ้าค่าของระยะทางที่ได้น้อยกว่า Weeding factor การวิเคราะห์จะเลือกใช้ค่าของมุม(Angle) เป็นลำดับที่ถัดมาประกอบการประเมินผล
 
     กรณีที่มุมเบี่ยงเบนด้านซ้ายหรือด้านขวามือที่สร้างโดยเส้นชั้นความสูงสามจุด ถ้าแฟคเตอร์ของจุดยอด คือ  5 องศา ขอบเขตมุมที่หมุนไปเล็กน้อยทางซ้ายหรือขวาไปสู่มุม 5 องศา จากจุดที่ 1สู่ จด 2 ค่ามุมน้อยกว่า 5 องศา จุดยอดที่ 2 ถือว่าเป็นส่วนเกิน ถ้าค่ามุมมากว่า 5 องศาจุดยอดที่ 2 จะคงไว้กับข้อมูล 

     Weeding ไม่สามารถเปลี่ยนเส้นชั้นความสูงแต่สามารถที่จะกำหนดเลือกจุดยอด(Vertice) ของข้อมูล ซึ่งจำนวนข้อมูลมากน้อยเท่าไหร่ที่จะสามารถแยกออกก่อนที่ข้อมูลจะพบกับปัญหา ผู้ที่ชำนาญทางด้านนี้บางท่านกล่าวให้คำแนะนำว่าจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ ที่ลดลงยังคงนำมาเมินผลกับพื้นฐานของพื้นผิว จำนวนของจุดยอดที่ไม่แสดงออกมา สิ่งที่สำคัญสุดที่ยังคงเหลือจากขบวนการประเมินผล แนวทางการหาค่า Weeding จะมีผลกับการพิจารณาผลรวมของโครงสามเหลี่ยม(Triangulation)
    
       

     Supplementing Factors แฟคเตอร์สุดท้ายที่เพิ่มข้อมูลใหม่สุ่เส้นหรือหรือแนวเส้นช่วงส่วนโค้งของเส้นชั้นความสูง ถ้าเพิ่มข้อมูลเส้นชั้นความสูงไม่พบกับจุดยอดก่อนที่จะถึงครึ่งหนึ่งหรือจุดครึ่งของระยะทาง ค่านี้จะเลือกคำนวณจุดยอดใหม่

     ระยะทางของแฟคเตอร์คือระยะทางตลอดแนวความยาวเส้นตรงของส่วนโค้ง และจุดกึ่งกลางของระยะทางคือระยะทางตรงที่ตัดสู่ส่วนโค้งของวงกลม(Arc) ถ้าระยะทาง 10.0 ช่วงทางตรงของเส้นชั้นความสูงใดๆที่มากกว่า 10 เมตร จะมีข้อมูลที่เพิ่มเข้าช่วงระหว่างจุดยอดไปตามแนว ถ้าเป็นส่วนโค้งจุดกึ่งกลางระยะทางแฟคเตอร์ที่เพิ่มเข้าไปจะแสดงให้เห็นการคำนวณตลอดแนวที่ส่วนโค้งพาดผ่าน จุดกึ่งกลางที่ใหญ่ค่าที่สร้างจากจุดน้อยสุดและค่าที่น้อยที่สุดจะใช้จุดจำนวนมากสุด

     ความต้องการของ Weeding , Supplementing factors ไม่สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขเส้น Polylines หรือ เส้นชั้นความสูง(Contour) ข้อมูลสามารถสร้างพื้นผิวจำนวนมากหรือจำนวนน้อย แฟคเตอร์ส่วนท้ายของระยะทางไม่สามารถต่ำกว่าแฟคเตอร์ของ Weeding

     บทความนี้อธิบายเพิ่มเติมจาก Adding Contour Data to a Surface

10/29/2013

CREATE SURFACE - CREATE INITIAL DATA

STEP 2 : CREATE INITIAL DATA , Part 2

Point Data

    Point Data เป็นจุดสำรวจที่รวมอยู๋กับพื้นผิว ซึ่งถ้ามี  Cogo ใน Drawing แสดงว่ามีกลุ่มจุดสำรวจร่วมอยู่ด้วยซึ่งสามารถอยู่ในรูปแบบของข้อมูลที่อยู่ภายในรูปแบบ ASCII file

Drawing Objects

      ข้อมูลจุดสำรวจเป็นฐานข้อมูลอันแรกที่เลือกใน Drawing ซึ่งตามขั้นตอนที่แสดงออกมาจะอยู่ในรูปแบบแกน X , Y และ Z ค่าของแกนต่างๆ คือ ค่าของฐานข้อมูล(Point Data)ของจุดสำรวจ, Drawing nodes, 3D lines, blocks, text, 3D faces and polyface mesh ที่ซ่อนอยู่ภายในข้อมูลพื้นผิว(Surface Data) ลำดับขั้นตอนข้อมูลจุดสำรวจที่นำมาสร้างพื้นผิวที่ได้จาก แฟ้มงาน(Point File) หรือ กลุ่มจุดสำรวจ(Point group)   ตามลำดับขั้นตอนจะไม่สามารถรายงานหรือทำให้เกิดการสร้างจุดเชื่อมต่อใดๆที่ของจุดสุดท้ายและจุดยอดจากการยอมรับของ 3D Faces และ จุดต่อตามแนวหักต่างๆ ที่คงไว้จากการเลือก คือจุดสิ้นสุดของ 3D Face ในพื้นผิวนั้นๆ


     ถ้า Drawing ที่เลือกยังคงมีตัวอักษร(Text) หรือ บล็อค(Block) แต่ในการเลือกมีศูนย์ที่ใส่ในค่าแกน Z ซึ่งในลักษณะนี้สามารถที่จะเลือกใช้ขั้นตอนตามลำดับสองขั้นตอนที่จะใส่ค่าใหม่ของอักษร(Text) หรือ บล็อค(Block) ของค่าระดับที่แสดงออกมา 

      ขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไขพื้นผิว 

     Modify’s Surface ribbon >  Surface Tools panel > Move Text to Elevation and
Move Block to elevation, change the text’s or block’s Z insertion

     


Point Files

    แฟ้มงานเป็นจุดสำรวจที่สองของแหล่งฐานข้อมูล ซึ่งเป็น จุดสำรวจ (Survey Point) ที่อยู่ข้างนอกเหนือจากใน Drawing ที่อยู่ในรูปข้อมูลจุดสำรวจ(Coordinate file) การนำเข้าข้อมูลโดยมีเงื่อนไขที่ไม่ได้ใส่ในรูปแบบ Cogo points แต่เว้นไว้สำหรับพื้นผิว(Surface) ลำดับขั้นตอนเหมือนรูปแบบการนำเข้าและนำออก(Import/Export) รูปแแบบของแฟ้มงานอาจอยู่ในแบบ ASCII text หรือ Database 

Point Groups

     กลุ่มจุดสำรวจทั้งหมดหรือจากการเลือกจาก Cogo point จากการสร้างและการจัดการจุดสำรวจ(Creating and Managing) กลุ่มจุดสำรวจจะรวมหรือไม่รวมจากการเลือก ลำดับหมายเลข(Number) ค่าระดับ(Elevation) รายระเอียด(Description) การไม่นับรวม กลุ่มจุดสำรวจ(Point Group sets) บางจุดอาจเนื่องจากค่าระดับมีข้อผิดพลาด ซึ่งถ้านับบางจุดเหล่านั้นมารวมด้วยอาจทำให้การสร้างพื้นผิวไม่ตรงตามลักษณะภูมิประเทศ อย่างการเก็บจุดสำรวจที่เป็นเนินหรือหลุมเล็กๆ หรือจากความผิดพลาดของการปรับเปลี่ยนความสูงข้อมูลจากความสูงของ Pole

     


Contours

    เส้นชั้นความสูงจะแสดงถึงความสูงต่ำของพื้นผิวซึ่งให้ความรวดเร็วกับการสร้างพื้นผิว(Create Surfaces) การสร้างพื้นผิวจากเส้นชั้นความสูงกระบวนการจะไม่เหมือนการสร้างพื้นผิวจากจุดสำรวจที่ไม่สามารถที่จะได้โครงข่าย(Triangulate) ที่ถูกต้อง 

Crossing Contours

     เส้นชั้นความสูงจะไม่สามารถรวมกับเส้นชั้นความสูงที่ข้ามไปมาระหว่างเส้นได้ แม้ว้ามีการเกิดขึ้นจริง(อย่างบางส่วนที่เหลื่อมล้ำของชะง่อนผา) ผื้นผิวไม่สามารถที่จะนำมารวมในตำแหน่งที่ซ้อนกันได้ เมือ่กำหนดเส้นชั้นความสูงในพื้นผิว โปรแกรม Civil 3D จะรวมข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลจุดยอดอันแรกของเส้นชั้นความสูงจะแสดงข้อความของการคลาดเคลื่อนและจุดตัดจะไม่นำมาข้อมูลเส้นชั้นความสูงอันดับที่สอง ข้อความความคลาดเคลื่อนที่แสดงออกมาจะต้องทำการแก้ไขเส้นชั้นความสูง ซึงสามารถที่จะแก้ไขได้โดยง่ายจากการขยับบริเวณจุดยอด

9/21/2013

Create Surface - Create initial data

     STEP 2: CREATE INITIAL DATA 
 
     ขั้นตอนที่ 2 การสร้างพื้นผิวรายการข้อมูล เพิ่มเติม ลบออกและแก้ไขของข้อมูลเหล่านี้ของโครงข่าย(Triangulation) ที่ใช้ในการสร้างพื้นผิวเริ่มต้นจากหัวข้อของพื้นผิว(Current surface) เลือกให้แผ่ขยายข้อมูล Definition branch listing รายการข้อมูลตามลำดับขั้นตอน ดังนี้

Data Clip Boundary
Point Groups
Breaklines and/or Contours
Setting a Maximum Triangle Length, and/or Edits and/or Boundaries

       เลือกข้อมูลแล้วกดด้านขวาของเม้าท์(Right click) จะมีการให้เลือกบริการจัดการข้อมูล(Add,Refresh)



  Surface properties dialog box > Definition tab > Operation Type lists
 
     การกระทำตามลำดับขั้นตอนที่ต้องการของพื้นผิว(Surface) ข้อมูลของพื้นผิวทั้งหมดโดยการเลือก Yes or No  ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงพื้นผิวที่จะสร้างขึ้นมาหรือเปลียนแปลงข้อมูลที่ทำไว้ก่อนแล้วและสามารถที่จะเอาข้อมูลออกจากพื้นผิว  เมื่อเปลี่ยนสถานะของข้อมูลโดยการขยับหรือย้ายออกจากรายการ สามารถที่จะแก้ไขสำหรับการสร้างพื้นผิวและเมื่อมีการการบันทึกข้อมูลจะเปลียนแปลง



 BOUNDARY

     เส้นขอบเขตสามารถมี 4 แบบ คือ Data Clip, Outer, Hide, and Show.

Data Clip.

     เสันขอบเขตไม่รวมข้อมูลบริเวณขอบนอกเข้ามารวมด้วย เมื่อข้อมูลแรกเข้ามา ข้อมูลที่อยู่ข้างนอกจะไม่รวมเข้ามากับพื้นผิว

Outer.

     ขอบเขตด้านนอกใช้บังคับข้อมูลของพื้นผิวบริเวณขอบนอก ขอบเขตด้านนอกนี้จะเป็นจุดรวมของขอบเขตโดยรวมของพื้นผิวอย่างเช่น ให้ยึดขยายพื้นผิวให้ถึงเส้นขอบเขตที่ลากไว้

     ช้อแตกต่างระหว่าง Outer กับ Data Clip ถ้าเพิ่มข้อมูลนอกขอบเขตเส้น Boundary พื้นผิวจะสามารถที่พาดผ่านออกนอกขอบเขตของ Boundary เมื่อมีการเพิ่มข้อมูลและขยายข้้อมูลพื้นผิวใน Properties dialogbox  รายการดำเนินการของขอบเขตจะอยู่ตอนล่างของรายการ

     เส้นขอบเขตด้านล่างของรายการครั้งแรกจะไม่รวมกับข้อมูลข้างนอกแต่จะมีการรวมกับข้อมูลใหม่ใดๆทีอยู่ในตอนสุดท้าย เมื่อข้างนอกเส้น Boundary พาดผ่าน Triangulation จะมีสองทางเลือกที่จะให้พาดผ่าน คือ

    1.สร้าง Triangle ขึ้นมาใหม่ล้อมรอบข้อมูลที่อยู่ข้างนอก Boundary (ต้องไม่มีเส้น Breaklines ขวางกั้น) Triangulation ที่สร้างขึ้นมาใหม่จะแสดงทางเลือกที่ดีที่จะเป็นไปได้ของพื้นผิวเดิมที่จะตัดกับขอบขอ’ Triangle ถ้าเส้นขอบเขตมีแนวโค้งก็จะมีจุดตรงกลางปรับปรุงเพิ่มเติมจำนวน Triangle ที่สร้างมาใหม่ในช่วงโค้ง

    2.หยุด Triangulation บริเวณข้อมูล เงื่อนไขนี้จะไม่สร้าง Triangle ระหว่างข้อมูลกับเส้น Boundary

Hide

     การปิดซ่อนเส้น Boundary ของพื้นผิว Triangulation ที่อยู่ภายในเส้นขอบเขตจะไม่ต้องการจุดที่อยู่ภายในที่ต้องการ    ทางที่ดีของต่อจะต้องไม่ทำให้มีผลกระทบกับบริเวณเส้นขอบเขต
 
Show.

     แสดงเส้นขอบเขตของพื้นผิว Triangulation ที่อยู่ภายในเส้น Boundary


8/22/2013

Surface Data - Create Surface

    Surface Data ข้อมูลที่นำมาสร้างให้เกิดรูปพื้นผิว ขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับพื้นผิวสรุปได้ 3 ขั้นตอน ดังนี้

Step 1: Create a surface
Step 2: Create initial data
Step 3: Add breaklines 

STEP 1: CREATE A SURFACE
   
  ขั้นแรกในการสร้างพื้นผิวต้องมีการกำหนดชื่อของพื้นผิว(Surface name)จำแนกชนิด(Type)และรูปแบบ(Styles)ขั้นตอนการสร้างดังที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น
     Ribbon’s Home > Surfaces >  Create Surface…, or เลือกจาก  Prospector’s Surfaces เลื่อนขึ้น-ลง เลือกสร้างพื้นผิวใน Create Surface dialog box

Create Surface from DEM

     การสร้างพื้นผิวจากการนำเข้าแฟ้มงาน DEM (Digital elevation model) เป็นข้อมูลพื้นผิวรูปทรงสามมิติ และของ USGS STDS (United States Geological Survey ,USGS)ซึ่งเป็นองค์ของสหรัฐที่ศึกษาเกี่ยวกับภูมิประเทศและกำหนดมาตรฐานที่สำคัญ สำหรับข้อมูลรูปแบบการสร้างพื้นผิว DEM จะนำมาจากกริด

Create Surface from TIN

     การสร้างจากพื้นผิวจาก TIN ที่จะมาจาก Autocad Land Development(Land Desktop) เป็นแฟ้มงานที่ได้จาก Triangulation(TIN)

Create Surface from Google Earth 

     การสร้างพื้นผิวจาก Google Earth ก่อนการสร้างจะต้องมีการลงโปรแกรมอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อจะสร้างพื้นผิวจะต้องเปิดโปรแกรม Google Earth ขึ้นมาเลือกตำแหน่งพิกัดจากภาพถ่ายดาวเทียมในแบบที่จะสร้างพื้นผิว(Surface) กำหนดขอบเขตบริเวณลงในแบบ(Drawing) ขั้นตอนในการสร้างที่แสดงใน Dialog box ใส่ชื้อ รายระเอียด รูปแบบ และวัสดุที่จะแสดงพื้นผิว

    

Create Surface from GIS Data

     การสร้างพื้นผิวข้อมูลจะเชื่อมกับ Arc SDE ,ตาราง Oracl หรือ ESRI Shape ที่เป็นแฟ้มงานที่จะสร้างพื้นผิว

Create Surface from Grading

      การสร้างพื้นผิวข้อมูลที่ได้จะมาจากค่าระดับของพื้นผิวที่ได้จากจุดพิกัด ถ้าพื้นผิวเป็นลักษณะที่มาจากภูมิประเทศจุดพิกัดจะอ้างถึงค่าระดับหรือถ้ามาจากการหาปริมาตรข้อมูลจะได้มาจากค่าแตกต่างของระดับระหว่างตำแหน่งของจุดเริ่มต้นและจุดปลายของเส้นเกรด

Create Surface from Corridor

     การสร้างพื้นผิวที่ได้จากส่วนประกอบของโครงสร้างถนน(or LDT, Template) เพื่อการตรวจสอบรูปแบบพื้นผิวที่สร้างขึ้นมาใหม่และหาปริมาณของวัสดุ

 Create Cropped Surface

      การสร้างพื้นผิวจากการนำเอาบริเวณที่เลือกหรือครอบ(Crop) เป็นการสร้างพื้นผิวที่นำพื้นผิวเดิมที่มีอยู่แล้วนำออกไปสร้างพื้นผิวใหม่ในแบบใหม่ที่สร้างขึ้นมา(New drawing) ซึ่งเป็นการเก็บรักษาพื้นผิวเดิมไว้และนำพื้นผิวที่ต้องการมาใช้งาน เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงและรวมกับข้อมูลอื่นโดยที่ยังมีข้อมูลต้นฉบับยังคงอยู่เช่นเดิม

8/17/2013

Surface Style

    Surface Style รูปแบบการสร้างพื้นผิวที่เลือกให้แสดงใน Drawing เมื่อรูปแบบมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงค่าเหล่านี้ในชุดของ Suface Styles จะมีผลต่อการแสดงของพื้นผิวที่มีอยู่จะแยกความแตกต่างออกมาในรูปแบบต่างๆของพื้นผิวเดิมที่สร้างไว้และพื้นผิวใหม่ที่คาดว่าจะออกมา Surface Styles ซึ่งจะครอบคลุมงานการสร้างพื้นผิวของ  โครงข่าย(Triangulation) จุดและส่วนประกอบพื้นผิวเบื้องต้นอย่างอื่นทีนำมาประเมินผลเเพื่อการประยุกค์ให้ดีขึ้น

    

   หลังจากการสร้างพื้นผิวใหม่ช่วงระหว่างของรูปแบบที่แสดงจากการวิเคราะห์ของความลาดเอียงและค่าระดับ สิ่งที่แสดงออกมาจากการเปลี่ยนแปลงจากกการตั้งค่ารูปแบบ(Surface style) ของวัตถุจะแสดงออกมาในแบบ(Drawing)จะมีตัวกำหนด(View Direction) จะปรากฏให้เห็นในแปลน(Plan) รูปจำลอง(Model) และรูปหน้าตัด(Section)

                  

LABEL STYLES

พื้นผิวรูปแบบของป้ายที่แสดงมี 4 ชนิด
1.เส้นชั้นความสูง(Contour)
2.ความลาดเอียง(Slope)
3.จุดความสูง(Spot Elevation)
4.ทางน้ำไหล(Watershed)
 
    

 TABLE STYLES

ตารางแสดงพื้นผิวมี 7 ชนิด
1.ทิศทาง(Direction)
2.ค่าระดับ(Elevation)
3.ลาดเอียง(Slope)
4.ทิศทางน้ำไหล(Slope Airrow)
5.เส้นชั้นความสูง(Contour)
6.ทางน้ำไหล(Watershed)
7.เส้นชั้นความสูงผู้ใช้กำหนด(User Defined contours)

   

8/15/2013

Surface properties

DATA OPERATIONS
 
     ข้อมูลการดำเนินงานระบุสิ่งที่ประเภทข้อมูลพื้นผิวรวมกัน(รูปด้านล่าง) ซึ่งแยกอิสระต่อกัน ส่วนของข้อมูลผู้ใช้มีความตั้งใจคือการกำหนดข้อมูลพื้นผิว ในส่วนนี้เป็นวิธีที่จะรวมหรือไม่รวมชนิดข้อมูลรวมอยู่ในพื้นผิว ตัวอย่างเช่นผู้ใช้มีพื้นผิวที่มีจุดกลุ่ม breaklines ขอบเขต(Boundary) และต้องการที่จะเห็นสมการพื้นผิวโดยไม่ต้องการข้อมูลใดๆ ที่ breakline ผู้ใช้งานไปที่ส่วนนี้และสลับออก breaklines (Value,No) เมื่อออกจากกล่องโต้ตอบจะสร้างพื้นผิวที่ใหม่โดยไม่มีข้อมูล breakline ซึ่งการใช้งานสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าเหล่านี้ก่อนหรือหลังการสร้างพื้นผิว

         
                        Figure : Data Operation

EDIT OPERATIONS
 
     การดำเนินงานการแก้ไขพื้นผิวที่อนุญาติให้แก้ไขปรับปรุงได้ ( Value,Yes or No)  ส่วนนี้ยังเป็นวิธีที่จะไม่รวมการแก้ไขดำเนินการอยู่แล้วบนพื้นผิว ตัวอย่างเช่นผู้ใช้ต้องการแก้ไขพื้นผิวโดยการเพิ่มเส้น(Add lines) ลบเส้น(Delete lines) พื้นผิวราบเรียบ(Smooth Surface) ขยับจุดสำรวจ( Move Point) หรือต้องการที่จะเห็นสมการพื้นผิว(surface triangulation)โดยไม่ต้องลบเส้น การทำในส่วนนี้สลับการลบเส้นเมื่อออกจากพื้นผิวโดยไม่ต้องสร้างเส้นใหม่

         
                       Figure : Edit Operation

OPERATION TYPE
  
     ประเภทการดำเนินการมีดั้งเดิมอันก่อนชนิดของพื้นผิวและการอ้างอิงข้อมูลแต่ละรายการมีสลับปล่อยเลือกให้ถูกรวมหรือไม่รวมกับพื้นผิว ช่วยให้เห็นของผลกระทบของแต่ละรายการหรือการรวมกันของรายการที่อยู่บนพื้นผิวควบคุมรายการแสดงในรายการ เช่น การเคลื่อนย้ายขึ้น (ก่อนหน้า) หรือลง (อันหลัง) สร้างพื้นผิวตามลำดับ

         
                       Figure : Operation Type








8/12/2013

Adding Breaklines to a Surface

     Breaklines แนวเส้นที่บังคับกำหนดการสร้างพื้นผิวให้เป็นไปตามแนวที่กำหนดไว้ เส้น TIN จะไม่สามารถที่จะข้ามแนวนี้ได้จึงทำให้พื้นผิว(Surface triangulation)หรืออีกอย่างหนึ่งแนวเส้นนี้จะเกิดเป็นอีกด้านหนึ่งของ TIN
      Breaklines จากการที่กำหนดเป็นด้านหนึ่งของ TIN ที่จะใช้กำหนดการสร้างพื้นผิว จุดยอดของเส้นนี้จะมีส่วนสำคัญในนำมาคำนวณ(Interpolation)การสร้างเส้นชั้นความสูง(Contour)
     Breaklines สามารถที่จะสร้างจาก 3D lines หรือ 3D polylines จุดยอดของเส้น Bteaklines ทุกจุดจะแปลงเป็น TIN ซึ่งเป็นจุดที่มีค่าพิกัดฉากทุกตำแหน่ง

  วิธีการเพิ่มเส้น Breaklines

     การเพิ่มเส้น Breaklines ในพื้นผิวเริ่มแรกลาก Polylines ตามแนวจุดสำรวจที่จะสร้างแนวเส้น Breaklines หลังจากขั้นดำเนินการตามขั้นตอน

Display the source polylines and change the surface style เลือกแสดงรูปแบบพื้นผิว
1. Home tab > Layers panel > Layer drop-down. เลือก _EG_BREAKLINES layer
2. Select the surface. Right-click > Surface Properties.(เลือก Surfce ที่สร้างพื้นผิวคลิกขวา)
3. Surface Properties dialog box > Information tab > for Surface
Style, select Contours and Triangles. Click OK 

             

  Create breaklines from the polylines, การสร้างเส้น Breaklines

1. In Toolspace, on the Prospector tab, expand the Surfaces > Surface >
Definition collections. Right-click Breaklines. Click Add.
Or Modify > Surface > expand the Surfaces  > Click Add Data > Breaklines
    
              

2. In the Add Breaklines dialog box, for Description,(Or use the default values for the other fields). Click OK.ใส่รายระเอียดของ Breaklines หรือยึดตาม Default แล้ว กดตกลง3. The Select Objects prompt becomes active, Enter  เลือก Polylines ทีลากเส้นไว้ในตอนต้น Enter
แนวเส้นชั้นความสูงจะเปลี่ยนไปตามแนว Brakelines

              

Breakline Reports
   ตรวจสอบ Brearklines ที่สร้างขึ้นมามี 2 แบบ
- Breaklines Check
- Crossing Breaklines Report
ขั้นตอน
Home > Toolspace > Toolbox tab >  Reports Manager > Breakline
  
          

Reports รายงานที่ปรากฎขึ้นมา

    

8/10/2013

Adding Contour Data to a Surface

      การสร้างพื้นผิว(Surface) ที่ได้จากเส้น Polyline เส้นชั้นความสูง(Contour) ซึ่งเส้นชั้นความสูงแต่ละเส้นจะแสดงให้เห็นรูปร่างลักษณะความสูงของเพื้นผิว(Surface) พื้นผิวที่ได้จากการสร้างจากเส้นชั้นความสูงรูปแบบที่ได้จะแตกต่างจากการสร้างจากจุดสำรวจ(Survey Point) เส้นชั้นความสูงทุกเส้นจะเหมือนกับเส้น Brake line ที่จะเป็นตัวกำหนดโครงข่ายในการสร้างเส้นชั้นความสูง

     การเพิ่ม Polylines โดยส่วนมากจะเป็นเป็นที่ใช้ออกแบบในงานโครงการที่ต้องการพื้นระนาบราบ งานชานพัก(Berm & Benching) ใส่ค่าความสูงของเส้นและสามารถที่จะรวมเข้าได้เช่นเดียวกันหรืออีกกรณีหนึ่งในการออกแบบสามารถทำได้โดยใส่จุดตามมุมของการออกแบบซึ่งจะสะดวกในกรณีที่ต้องการกำหนดให้มีความลาดเอียง 

ขั้นตอน Adding Contour Data

1.Insert tab > Blobk panel > Insert
     or Command ; i  press Enter
2.Dialog box, click Browse
3.Drawing File dialog box เลือก Directory ที่เก็บแฟ้มงาน
4.Insert dialog box เลือกใส่ค่า
Insertion Point- Specify On Screen: Cleared
- X: 0
- Y: 0
- Z: 0

Scale ใส่ค่ามาตราส่วนโดยส่วนมากจะใช้มาตราส่วนตามเดิม(วัตถุเท่าเดิม)
- Specify On Screen:
- X: 1, Y : 1 , Z : 1
- Uniform Scale: Selected
Rotation
- Specify On Screen: Cleared
- Angle:
0
Explode: Selected
5. Click OK.
6. Click Home tab > View panel > views drop-down > Extents
or Command; ze

Add the contours to the surface definition

1 In Toolspace, on the Prospector tab, expand Surfaces > Surfaces 1 >
Definition. Right-click Contours. Click Add.
 
         

2. In the Add Contour Data dialog box, for Description, enter Contours
from polylines.
3.  OK.
4. Draw a selection rectangle around the polylines. Press Enter หรือ เลือกเส้น Polylines ที่กำหนดขึ้นมา

Weeding Factors

     Weeding การแยกส่วนเกินที่เป็นไปใด้ของจุดยอดของเส้นชั้นความสูง(Contour,Polyline) จากการอ่านค่า Weeding factor จะเลือกแทนค่าสองค่าของระยะและมุม ซึ่งจุดยอดต่างๆจะต้องน้อยกว่าค่า Weeding factor
     ในการเลือกค่าที่นำมาคำนวณใช้สร้างพื้นผิวจะเลือกเอาระยะทาง(Distance)เป็นอันดับแรก เมื่อประเมินทั้งสามจุดของจุดยอด(Vertice)ค่าของระยะทางที่ได้น้อยกว่า Weeding factor การวิเคราะห์จะเลือกใช้ค่าของมุม(Angle)เป็นลำดับที่ถัดมา
          
       

8/05/2013

Creating a TIN Surface

     การสร้างพื้นผิว(Surface) ข้อมูลที่นำมาสร้างตอนแรกโดยส่วนมากมาจากจุดสำรวจ(Survey point) โดยการนำเข้าแบบต่างๆจากคำสั่ง Import file อาจจะกำหนดแยกจุดสำรวจเป็นกลุ่มจุดสำรวจ(Point group) แยกตามสัญญลักษ์(Description key) และนำข้อมูลดังกล่าวมาสร้างเป็นพื้นผิว(Surface)
     การสร้างพื้นผิว(Surface)ข้อมูลที่ได้จาก TIN, Contour,Corridor สามารถนำมาสร้างพื้นผิวได้เช่นเดียวกัน รูปแบบการสร้างพื้นผิวสว่นมากจะเป็นแบบ TIN หลังจากการสร้างพื้นผิวเรียบร้อยการปรับปรุงแก้ไขจัดการพื้นผิวเป็นสิ่งที่ตามมาหลังจากที่มีการสร้างพื้นผิว

Creating a TIN Surface

    1. สำหรับสร้าง Drawing ,Click New
    2.เลือกแฟ้มงานที่เก็บ Open Select file
    3.Home tab > Create Ground Data panel > Surfaces > Create Surface  

     

4.Create Surface dialog box,Select TIN surface เลือกรูปแบบการสร้าง Surface
5. Properties table เลือกใส่ค่า
Name: EG หรือเลือกชื่อตาม Default
- Description: Existing Ground surface from imported contour data ใส่ชื่อรายระเอียดข็อมูล
- Style: Contours 1m and 5m (Background) เลือกตามความเหมาะสมกับความลาดชันของพื้นที่หรือตามข้อกำหนดช่วงชั้นของเส้นชั้นความสููง(Contour Interval)
- Render : Bylayer
Click OK
6.Home tab > Tool space > Prospector >Expand Surface Collection

Creating and Adding Data to a Surface

     การใช้งานโปรแกรม Civil 3D หลักการที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการนำข้อมูลของพื้นผิว(Surface)มาใช้งานสำหรับระดับทางดิ่งเพื่อควบคุมความสูงของจดต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้มีบทความของบางส่วนของพื้นผิวในส่วนนี้ ผู้เขียนจึงขอเพิ่มเติมส่วนอื่นๆที่ยังไม่มีในบทความที่ผ่านมาแทรกควบคู่ไปกับบทความการใช้คำสั่งของงานออกแบบถนน

     การสร้างพื้นผิว(Surface)
 
เลือกการสร้างพื้นผิว 2 รูปแบบ
Ribbon’s Home >Surfaces drop-list menu’s Create Surface
หรือ Home > Toolspace > Surface >Right click for selecting Create Surface
การสร้าง Surface จาก Ribbon’s Home แบ่งออกได้ 7 รูปแบบ คือ

1.Create Surface from DEM
2.Create Surface from TIN
3.Create Surface from Google Earth
4.Create Surface from GIS Data
5.Create Surface from Grading
6.Create Surface from Corridor
7.Create Cropped Surface

     การสร้างพื้นผิว(Surface)ที่ได้จากจุดสำรวจ(Survey point)ส่วนมากในการสร้างพื้นผิว จะเลือก TIN(Triangulated irregular network) ซึ่งหลังจากที่เลือกรูปแบบการสร้างพื้นผิวเรียบร้อยแล้วสามารถที่จะเพิ่มข้อมูลและแก้ไขข้อมูลของพื้นผิวได้ในทีหลัง

การเพิ่มข้อมูลในพื้นผิว

     Contour Data เป็นรูปกราฟริคเส้นชั้นความสูงที่มีค่าระดับความสูงของแต่ละเส้น พื้นผิวสามารถที่จะสร้างจากเส้นชั้นความสูง สำหรับเส้นชั้นความสูงนี้มีลักษณะของเส้นเป็นแบบ 3D polylines

                
                                    Topographic Coal Mine


Boundaries ขอบเขตแนวเส้นล้อมรอบด้านนอกของพื้นผิว(Surface) แนวเส้นจะสร้างให้อัตรโนมัติในการพื้นผิว ในบางครั้งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงยืดพื้นผิวให้เพิ่มครอบคลุมมากขึ้นหรือลดขนาดของพื้นผิว การเพิ่มหรือลดดังกล่าวจะได้จากการเลือกสร้างเส้นขอบเขต(Boundaries)เพิ่มเข้ามาในพื้นผิว
                


Breaklines แนวเส้นที่กำหนดการสร้างขอบเขตของวัตถุที่จะสร้างพื้นผิว อาทิ กำแพงกันดิน (Retaining walls) ขอบคันทาง(Curb) สันเนิน(Ridges) ลำน้ำ(Streams) แม่น้ำ(Rivers) บ่อ(Pounds) เส้น Brakelines จะเป็นสิ่งกำหนดการสร้างพื้นผิว(Surface triangulation) ให้แนวเส้นชั้นความสูงมีรูปลักษณะใกล้เคียงถูกต้องตรงตามภููมิประเทศ

                 

1/08/2013

การสร้างพื้นผิว Google Earth, Google Earth Surface

     การนำภาพถ่ายทางอากาศในปัจจุบันเพื่อการใช้งานทางเทคโนโลยี่สาระสนเทศ(Geographic Information Systems,GIS) โปรแกรม Civil 3D  ได้รองรับการใช้งานร่วมกันกับโปรแกรมที่ใช้งานด้าน GIS รวมทั้งได้เพิ่มฟังชั่นการใช้งานกับโปรแกรม Google Earth 
     การนำพื้นผิวที่ได้จากการสร้างพื้นผิว การสร้างพื้นผิว Surface นำมาทำการประเมินวิเคราะห์ในเบื้องต้นทำให้สะดวกในการวางแผนงานที่จะทำ รวมทั้งนำข้อมูลที่ได้มาในเบื้องต้นใช้งานในสำรวจภาคสนาม

  Create Google Earth Surface   Civil 3D สร้างพื้นผิว(Surface) จาก Google Earth ขั้นตอนดังนี้

1.Open Google Earth (Zoom in on location)
    เลือกพื้นที่ขอบเขตรูปภาพบริเวณที่เราจะทำ Drawing ในที่นี้เลือกการเขียนเส้นชั้นความสูง Contour line แหลมพรมเทพ จังหวัดภูเก็ต (Phromthep Cape,Phuket,Thailand)  โดยการใช้ Google  Earth ;  File > Save > Save image (Directory)

 2. Open Civil 3D ; Drawing Setting
     Zone  Categories ;  UTM, WGS84 Datum (ข้อมูลเติมเพิ่ม Zone 47  For Thailand Zone)
Availiable coordinate sytems ; UTM-WGS 1984 datum, Zone 47 North, Meter; Cent. Meridian 99d E
                           

 
3.Attach image to Civil 3D
Ribbon menu : Insert > Insert Google Earth > Google Earth Image And Surface > Enter
                   

4. Contour  รูปปรากฎขึ้นมาเป็นภาพทางอากาศขาวดำพร้อมเส้นชั้นความสูง   The picture appear on the drawing with the contour line.



5. Comand line; Xref สำหรับเปลี่ยนภาพถ่ายทางอากาศขาวดำให้เป็นภาพสี

    External References (pops up) ; Found At . Choose attach image > Select image file (On 1.) > open

                   


6. Contour Rang Color เส้นชั้นความสูง รูปแบบเรียงลำดับสี
     "Home" > Toolspace Prospector tab  
         - Surface > Surface 1 (or another) Right click Edit Surface Style
         - Contour tab
            - Contour Ranges
                - Use Color Scheme : True
                - Major Scheme      : Rainbow
                - Minor Scheme      : Land
          - Contour Interval 
                - Minor Contour    :  1.00 (or Selection )
                - Major Contour     :  5.00 ( or Selection )
          - Contour Smoothing
                - Smoothing Contour : True
                - Smoothing Type      : Add vertice
          Contour Smoothing Bar Drag to increase     


Surface Properties จำนวนสีของเส้นชั้นความสูง
   "Home" > Toolspace Prospector tab  
       - Surface > Surface 1 (or another Surface) Right click Surface Properties : Analysis
              -  Analysis type      :  Contours
              -  Legend                :  Contours
              -  Ranges , Number : 15 (or selection)        
  

7. Add Contour Lebel เขียนค่าระดับเส้นชั้นความสูง
    Annotate > Add Labels  > Surface

       - Contour  -  Single ( Tick contour line)
       - Contour  -  Multiple (Drag line)

                เส้นชั้นความสูง แหลมพรมเทพ ภูเก็ต, Location : Phromthep Cape,Phuket,Thailand

ข้อแนะนำ
     เส้นชั้นความสูง รูปแบบเรียงลำดับตามสีรุ้ง สามารถใช้ได้กับเส้นชั้นความสูงที่สร้างจาก Surface
แบบอื่นๆ



1/03/2013

การสร้างพื้นผิว Surface

     การออกแบบของงานวิศกรรมโยธาจะอาศัยข้อมูลของพื้นผิว(Surface)เป็นหลัก โดยอาศัยข้อมูลทางการวิเคราะห์ความสูงต่าง ลาดเนินของพื้นที่ จำนวนเนื้อที่ของพื้นที่แสดงแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ปริมาณรับน้ำและทิศทางการไหลของน้ำเป็นแนวหรือรูปแบบทิศทางของการไหล ข้อมูลที่ได้เหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจออกแบบงานก่อสร้างซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่ได้จะมาจากการสร้างพื้นผิว Surfac

     Civil 3D, Surface สามารถที่จะสร้างพื้นผิวได้จากจุด ปม หรือเวคเตอร์ ,Civil 3d cogo point, Poly line,Contour,เส้นขอบเขต และเส้น Breaklines สำหรับเครื่องมือของการสร้างพื้นผิว Civil 3D ของโปรแกรมมีความหลากหลายที่จะสร้าง แก้ไข ประเมินผล และแสดงส่วนประกอบอื่นๆ รูปแบบของพื้นผิว(Surface)สามารถนำไปประเมินที่จะทำการก่อสร้างออกแแบ โดยอาศัยการประเมินการของค่าระดับ ความลาดชันของพื้นที่ ระยะทางของความยาวของบริเวณวิเคราะห์ข้อมูล
     รูปแบบของการสร้างพื้นผิว(Surface) Civil 3D ของโปรแกรมจะมีรูปแบบการสร้างแบบ TIN(Triangular Irregular Network ) หรือในรูปแบบของDTM(Digital Terrain Model) และรูปแบบ Grid

     Triangular Irregular Network (TIN) พื้นผิวในรูปแบบนี้จะใช้วิธีการเชื่อมต่อระหว่างกันในรูปแบบของรูปสามเหลี่ยมโดยอาศัยหลักการตำแหน่งไกล้สุดจะเกิดเส้นเชื่มต่อระหว่างกันทำให้เกิดเป็นรูปลวดตาข่าย ซึ่งเส้นเชื่อมต่อเหล่านี้จะจะทำให้เกิดเส้นชั้นความสูง (Contour line)โดยอาศัยหลักการ Interpolated สร้างเส้น Contour ขึ้นมาบรรจบกับ TIN ที่อยู่รอบบริเวณนั้นไปจนถึงเส้นขอบเขตของพื้นที่ ความถี่ของเส้น TIN ที่ได้จากจุดสำรวจจะขึ้นอยู่กับข้อมูลสนามที่ทำการรังวัดซึ่งจะเป็นสิ่งที่แสดงความระเอียดของงานที่นำมาสร้างพื้นผิว(Surface)

     Grid พื้นผิวของกริดที่ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบนี้จะเป็นรูปตารางสี่เหลี่ยมที่มีขนาดความกว้างและยาวเท่ากัน ค่าระดับที่นำมาสร้างเส้นชั้นความสูง (Contour line)ได้จากค่าระดับที่จุดตัดกันของเส้นกริด ซึ่งถ้าความถี่ของกริดมีมากความถูกต้องของข้อมูลจะมีมากกว่าเส้นกริดที่มีระยะห่างกันของเส้น ในแบบนี้สามารถกำหนดขึ้นมาเองตามความต้องการของผู้ที่ใช้งานทางด้านพื้นผิว(Surface)

      การหาปริมาณงานที่ใด้จากการสร้างพื้นผิว Surface,Civil 3d ทั้งสองรูปแบบใน TIN และ Grid พื้นผิวที่ได้จะเกิดการ Interpolated ที่ตำแหน่งที่แตกต่างกัน ทำให้ปริมาณที่ได้จากการคำนวณมีความแตกต่างกันบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นข้อเปรียบเทียบของปริมาณงาน

     The design of civil engineering is relying on surface.The surface was established based on the data analysis of different heights slope of the area. Total area of ​​the watershed area of ​​origin the water volume and direction of flow of the water or the direction of the flow. These data can be attributed to the design and construction of all data can be derived from the surface.

     Surface can be create from the nodes or vectors, Civil 3d cogo point, Poly line, Contour, the scope and the break lines for tools to create texture in the Civil 3d diversified to create, modify, evaluate and show other components.The surface can be constructed to evaluate the design.The data based on an assessment of the level and the slope of the area.

     The pattern of the surface of the Civil 3d models will be built by TIN (Triangular Irregular Network) or in the form of a DTM. (Digital Terrain Model) and the Grid.

     Triangular Irregular Network (TIN) surface model is used to interconnect in the form of a triangle where the work looks to be the most common cause is a connector between the wire mesh. The line connecting these lines will be made by the principle interpolated contour lines are drawn to the area around the confluence with the TIN to the extent of the boundary. The accuracy of the TIN of the survey is based on data from the survey.

     Grid grid surface model is built in a square grid with equal width and length. The contour lines are drawn at the level of the grade at the intersection of grid lines. If the grid frequency is much higher than the accuracy of the data grid with the spacing of the lines. This in itself can be set up according to the needs of the active surface.

     Determination of the Surface at any one of a surface in Civil 3d both TIN and Grid Interpolated surfaces are made up of different positions. The amount of calculation is somewhat different. This is a comparison of the amount of work.